Facebook Ads vs TikTok Ads: เลือกแพลตฟอร์มไหนดีสำหรับการตลาด แบบ Affiliate?

ในการทำการตลาดแบบ Affiliate การเลือกแพลตฟอร์มโฆษณาที่เหมาะสมถือเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ ปัจจุบัน Facebook Ads และ TikTok Ads คือสองแพลตฟอร์มยอดนิยม ควรเลือกใช้แพลตฟอร์มไหนถึงจะคุ้มค่าที่สุด พร้อมจุดเด่นของแต่ละแพลตฟอร์ม
📊 กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมาย คือกลุ่มผู้ใช้ที่มีแนวโน้มสนใจในสินค้าหรือบริการของคุณ ซึ่งการทำความเข้าใจลักษณะของกลุ่มเป้าหมายจะช่วยให้การเลือกแพลตฟอร์มเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
Facebook เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุมากกว่า 25 ปี ซึ่งประกอบไปด้วยวัยทำงาน ครอบครัว และนักช้อปออนไลน์ โดยมีกลุ่มผู้ใช้งานจำนวนมากกว่า 3 พันล้านคนทั่วโลก ทำให้สามารถเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากได้ง่าย เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับสินค้าที่ต้องการความน่าเชื่อถือและการอธิบายที่ชัดเจน
TikTok เหมาะสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุน้อย โดยเฉพาะในช่วงอายุ 13-24 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจกับคอนเทนต์สนุกสนานและสามารถสร้างไวรัลได้ง่าย TikTok มีผู้ใช้งานทั่วโลกกว่า 1 พันล้านคน และมีกลยุทธ์ยอดนิยมอย่างการใช้ Influencers ที่สามารถช่วยเพิ่มยอดขายได้เป็นอย่างดี
🌟 รูปแบบโฆษณา
รูปแบบโฆษณา คือวิธีการนำเสนอเนื้อหาโฆษณาบนแพลตฟอร์มที่มีความหลากหลาย
Facebook รองรับตัวเลือกที่หลากหลาย เช่น ภาพนิ่ง วิดีโอ Carousel Slideshow, Instant Experience และ Stories ซึ่งสามารถปรับแต่งเนื้อหาได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายที่แตกต่างกัน เหมาะสำหรับแคมเปญที่ต้องการเน้นข้อมูลเชิงลึกและรายละเอียดสินค้า
TikTok เน้นรูปแบบวิดีโอสั้นที่ดึงดูดความสนใจภายในไม่กี่วินาที โดยเนื้อหาที่มีความสนุกสนานหรือการท้าทายผ่านแฮชแท็ก (#Challenge) มักจะกลายเป็นไวรัลได้ง่าย TikTok ยังมีฟีเจอร์เด่นอย่าง In-Feed Ads, Brand Takeover และ Top View Ads ที่ช่วยเพิ่มการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ดี
🔍 การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมาย
การตั้งค่ากลุ่มเป้าหมาย เป็นการกำหนดคุณสมบัติของกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการเข้าถึง
Facebook ยังมีความโดดเด่นในด้านการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายที่สามารถเจาะจงได้ละเอียดมาก ด้วยการระบุกลุ่มเป้าหมายตามพฤติกรรม ความสนใจ อาชีพ ภูมิศาสตร์ และสถานะความสัมพันธ์ ทำให้คุณสามารถมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าเฉพาะกลุ่มได้อย่างแม่นยำ
TikTok แม้จะมีการตั้งค่ากลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่ละเอียดเท่า Facebook แต่ก็รองรับการเลือกกลุ่มเป้าหมายตามความสนใจ ประชากรศาสตร์ และพฤติกรรมการใช้งาน ซึ่งเหมาะสำหรับสินค้าที่มีลักษณะเป็นกระแสหรือเน้นความบันเทิง
💸 ค่าใช้จ่าย
ค่าใช้จ่าย ในการทำโฆษณามีผลต่อการวางแผนงบประมาณ ซึ่งการทำความเข้าใจความคุ้มค่าจะช่วยให้คุณวางแผนได้อย่างเหมาะสม
เมื่อพูดถึงค่าใช้จ่าย Facebook Ads มีแนวโน้มที่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า TikTok Ads โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจยอดนิยม ซึ่งค่าใช้จ่ายอาจสูงขึ้นหากมีการแข่งขันสูงในกลุ่มเป้าหมายที่เลือก อย่างไรก็ตาม Facebook Ads ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและมีประสิทธิภาพสูง ในขณะที่ TikTok Ads มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างต่ำกว่า และเหมาะสำหรับนักการตลาดที่มีงบประมาณจำกัด โดยมีอัตราการเข้าถึง (Reach) และการมีส่วนร่วม (Engagement) สูงเมื่อเทียบกับงบประมาณที่ลงทุน
🌐 ประสิทธิภาพ
ประสิทธิภาพ คือความสามารถในการดึงดูดลูกค้าและเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Facebook เหมาะกับสินค้าที่ต้องอาศัยการอธิบายอย่างละเอียดและการสร้างความน่าเชื่อถือแก่ลูกค้า รูปแบบโฆษณาที่หลากหลายช่วยให้สามารถนำเสนอข้อมูลสินค้าได้ครบถ้วน อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งโฆษณาแบบ Retargeting เพื่อดึงดูดลูกค้าที่เคยแสดงความสนใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ
TikTok นั้นเหมาะสำหรับสินค้าที่ดึงดูดความสนใจได้ง่ายผ่านคอนเทนต์วิดีโอสั้น
โดยเฉพาะสินค้าที่มีความโดดเด่นทางภาพลักษณ์หรือเน้นสร้างความบันเทิง TikTok Ads จึงมักให้ผลลัพธ์ที่ดีเมื่อมีการใช้ Influencers ในการโปรโมตสินค้า
📊 เครื่องมือวิเคราะห์
เครื่องมือวิเคราะห์ เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้ผู้ทำการตลาดสามารถวัดผลลัพธ์แคมเปญ
Facebook มีความได้เปรียบในเรื่องของการติดตามผลที่ละเอียดและทรงพลัง รองรับการติดตาม Conversion ROI และการทำ A/B Testing ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
TikTok มีเครื่องมือวิเคราะห์ที่ครอบคลุมข้อมูลสำคัญ เช่น ยอดการแสดงผล คลิก และ Conversion โดยมีฟีเจอร์ TikTok Pixel สำหรับติดตามพฤติกรรมผู้ใช้บนเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพแคมเปญ
สรุป
หากคุณเน้นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยทำงานขึ้นไป ต้องการเครื่องมือที่ทรงพลัง และพร้อมลงทุนเพื่อผลลัพธ์ที่มั่นคง Facebook Ads อาจเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม
หรือหากคุณต้องการสร้างกระแสไวรัล หรือมีสินค้าในกลุ่มวัยรุ่นและต้องการคอนเทนต์ที่น่าดึงดูดในราคาประหยัด TikTok Ads คือคำตอบที่น่าสนใจ
💡 เคล็ดลับ: วิธีที่ดีกว่าในการจัดการหลายบัญชี Facebook เเละ Tiktok
การใช้เบราว์เซอร์ป้องกันการตรวจจับ (Anti-Detect Browser) เช่น Gemlogin เป็นวิธีการที่ดีกว่าในการหลีกเลี่ยงการถูกแบนเนื่องจากการติดตามพฤติกรรม การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจะช่วยให้สามารถเปลี่ยนลายนิ้วมือของเบราว์เซอร์ ทำให้ดูเหมือนว่าแต่ละบัญชีกำลังเข้าถึงจากอุปกรณ์และตำแหน่งที่ต่างกัน
นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันเพิ่มเติม เช่น การจัดการคุกกี้และแคช การทำงานร่วมกันในทีม
และโปรไฟล์เบราว์เซอร์ที่ปรับแต่งได้ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยของแต่ละบัญชี
การมีหลายบัญชีโฆษณาสามารถเป็นประโยชน์ในสถานการณ์ต่างๆ แต่ต้องเข้าใจว่าแพลตฟอร์มห้ามไม่ให้ทำกิจกรรมอัตโนมัติ และการเป็นเจ้าของหลายบัญชี อย่างไรก็ตาม ด้วยการใช้เบราว์เซอร์ป้องกันการตรวจจับ เช่น Gemlogin คุณสามารถจัดการหลายบัญชีได้อย่างปลอดภัย และสามารถทำการตลาดอัตโนมัติ เก็บข้อมูล และให้บริการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อ้างอิง: จัดการหลายบัญชี Facebook: หลีกเลี่ยงการถูกบล็อกในปี 2024 | https://blog.gemlogin.io/facebook-2024/